Tag: ขนมหวาน

อาหาร เคล็ดลับการทำอาหาร

ใครบอกว่า ข้าวต้มมัด ทำยาก วันนี้เรามาทำข้าวต้มมัดกินกันดีกว่า

ข้าวต้มมัด ถ้าพูดถึงพวกขนมไทยหลายคนจะคิดไปก่อนเลยว่าทำยากแน่นอน ขนมไทยทำง่ายถ้าเราเรียนรู้วิธีการทำครั้งแรกเราอาจจะทำผิดทำถูกบ้างแต่ประสบการณ์จะทำให้เรามีความชำนาญ และทำอร่อยมากขึ้นเพราะฉะนั้นเราฝึกฝนได้ไม่เป็นไรค่ะทำครั้งแรกถ้าอร่อยเลยก็คือเก่งแต่ใครที่ทำครั้งแรกแล้วไม่ประสบความสำเร็จก็อย่าท้อการทำอาหารก็เหมือนศิลปะที่เราจะต้องใช้เวลาในการปรับหาสูตรที่เราชอบเรากินแล้วอร่อย ฉะนั้นวันนี้เมนูที่เราทำการแนะนำวิธีการทำก็คือข้าวต้มมัดเดี๋ยวเรามาดูกันหรือว่าการทำข้าวต้มมัดรับประทานเองที่บ้านจะอร่อยสู้ของแม่ค้าในตลาดได้ไหม จัดเตรียมวัตถุดิบและขั้นตอนการทำ ข้าวต้มมัด อันดับแรกสิ่งที่ต้องทำการจัดเตรียมก็คือวัตถุดิบในการทำข้าวต้มมัด ก่อนจะเตรียมวัตถุดิบไปหาใบตองและตัดให้เป็นสี่เหลี่ยมประมาณสี่เหลี่ยมผืนผ้ายาวหน่อยก็ได้ก็คือเอาแบบพอดีพอดีที่สามารถห่อข้าวต้มมัดของเราได้ แต่วันนี้สำหรับคนที่ไม่ต้องการห่อใบตองก็ไม่จำเป็นต้องทำก็ได้เราทำข้าวต้มมัดแบบไม่ต้องห่อใบตองก็ได้แล้วแต่ความต้องการความสะดวกเลยนะคะ วัตถุดิบที่ต้องทำการจัดเตรียมก็คือข้าวเหนียว 2 ถ้วยตวงเราจะต้องแช่ข้ามคืนไว้ กะทิ 800 ML เกลือ 1 ช้อนชาถั่วดำ 1 ถ้วยตวงอันนี้ก็ต้องทำการแช่ข้ามคืนเหมือนกัน จากนั้นก็เตรียมน้ำตาลทราย 2 ถ้วยตวงกล้วยหอม และกระดาษไขสำหรับวิธีการทำข้าวต้มมัดแบบที่เราไม่ต้องใช้ใบตอง ให้เราทำกะทิลงไปในหม้อที่เราตั้งไฟอ่อนๆไว้ตามด้วยข้าวเหนียวและเกลือถั่วดำ จะนำไปนึ่งให้สุกก่อนหรือนำไปผัดพร้อมข้าวเหนียวก็ได้จากนั้นก็เติมน้ำตาลทราย ขั้นตอนที่สองก็คือเมื่อเราผ่านส่วนผสมทุกอย่างให้เข้ากันแล้วเราก็ใช้ไม้พายของเราคนเรื่อยๆให้ดูเหนียวหรือเหมือนกับผสมเข้ากันดีแล้วกะทิเริ่มแห้ง สำหรับคนที่หาใบตองได้ก็สามารถ น้ำข้าวต้มมัดลงไปในใบตองและทำการห่อได้เลย ถ้าหากใครที่ไม่สามารถหาใบตองได้แบบเอาสูตรที่ไม่ต้องใช้ใบตองก็ใช้กระดาษไขในการห่อ หอลงใส่กระดาษแล้วก็ใส่กล้วยลงไปแล้วก็ห่อกล้วยอีกทีนึง กล้วยเพื่อให้ได้เป็นข้าวต้มมัดที่เราเคยกินจากนั้นก็นำไปนึ่งประมาณ 20-30 นาที กะเวลาประมาณ 30 นาทีสำหรับคนที่ไม่ได้ใช้ใบตองแต่สำหรับคนที่ใช้ใบตองใบตองเริ่มหอม คือเริ่มสุกแล้วได้แล้วนะนี่ก็คือวิธีการทำข้าวต้มมัดแบบง่ายๆขนมไทยไม่ได้ทำยากอย่างที่คิดเลย ติดตามเคล็ดลับการทำอาหารได้ที่นี่

Back To Top